Overall

          มหาวิทยาลัยขอนแก่นมุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วยการวิจัยเพื่อทำความเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง การกำหนดนโยบายต่อต้านการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ และการให้การสนับสนุนนักศึกษาและบุคลากรจากกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาส เพื่อสร้างสังคมภายในมหาวิทยาลัยที่เป็นธรรม เปิดกว้าง และเหมาะสมสำหรับทุกคน

          นโยบายของมหาวิทยาลัยยืนยันการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ รวมถึงการรับประกันโอกาสการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน โดยห้ามการเลือกปฏิบัติทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะด้วยเชื้อชาติ ศาสนา เพศสภาพ ความพิการ ถิ่นกำเนิด หรือสถานะอื่นใด

          ด้านกรอบกฎหมายและข้อบังคับ มหาวิทยาลัยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๓๒ และมาตรา 37 (1) (5) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2558 รวมถึงข้อบังคับเกี่ยวกับจรรยาบรรณและประมวลจริยธรรมของมหาวิทยาลัย เพื่อให้การดำเนินงานด้านจรรยาบรรณเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม ภายใต้กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

          เพื่อให้การบริหารจรรยาบรรณมีความคล่องตัวและมีความรับผิดชอบ มติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 1/2567 (8 มกราคม 2567) และมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 2/2567 (14 กุมภาพันธ์ 2567) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจรรยาบรรณประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ก.จ.ม.) ซึ่งประกอบด้วยผู้ดำรงตำแหน่งและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติตามกรอบนโยบายและข้อบังคับดังกล่าว

ประกาศมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ฉบับที่ ๒๘๘๓ / ๒๕๖๘

เรื่อง นโยบายการเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต 

(Lifelong Learning Access)

 

ด้วยมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ และเพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้เรียน นักศึกษา อาจารย์ บุคลากร บุคคลภายนอก มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน และไม่เลือกปฏิบัติทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา เพศสภาพ ความพิการ และถิ่นกำเนิด จึงกำหนดนโยบายการเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนี้ 

ข้อ ๑. มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนและสร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต ของผู้เรียน นักศึกษา อาจารย์ บุคลากร บุคคลภายนอก ผ่านการจัดการศึกษาตลอดชีวิตด้วยหลักสูตรต่างๆ รวมทั้ง การอบรม สัมมนาทางวิชาการ 

ข้อ ๒. มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนและเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าถึงแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เช่น แหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา สนามกีฬาและสถานที่ออกกำลังกาย สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ อุทยาน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และแหล่งเรียนรู้อื่นๆ เช่น ห้องสมุด ศูนย์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น  

ข้อ ๓. มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ของบุคคลภายนอกอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ

ข้อ ๔. มหาวิทยาลัยจะให้การสนับสนุนเฉพาะและสร้างโอกาสแก่ผู้เรียนที่มาจากครอบครัวที่ไม่เคยได้รับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เพื่อให้สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเท่าเทียม โดยมหาวิทยาลัยจะดำเนินการในด้านต่างๆ เช่น การให้ทุนการศึกษา การแนะแนว และให้คำปรึกษาทางการศึกษา  และเครือข่ายสนับสนุน การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้และสิ่งอำนวยความสะดวก

ประกาศ ณ วันที่    ๓๐   ตุลาคม  ๒๕๖๘

                                                                                                                               

                                                                                                             (รองศาสตราจารย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล)
                                                                                                                   อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ประกาศมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ฉบับที่ ๒๘๘๑ / ๒๕๖๘

เรื่อง นโยบายการรับเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยโดยไม่เลือกปฏิบัติ

 

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะ “มหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก” (A World-Leading Research and Development University) และมีปรัชญาและหลักการในการเป็นศูนย์รวมแห่งปัญญาของสังคม มีพันธกิจในการสร้างบัณฑิตที่เปี่ยมด้วยความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ  และมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความเชื่อมั่นว่า ความหลากหลายคือพลังในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ จึงยึดมั่นในหลักการแห่งความเสมอภาค ความเป็นธรรม และการไม่เลือกปฏิบัติ (Equity, Fairness, and Non-discrimination) ในกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในทุกระดับและทุกหลักสูตร โดยเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียมให้แก่ผู้สมัครทุกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้:

1) เพศ (Gender): รวมถึงเพศกำเนิด เพศสภาพ และการแสดงออกทางเพศ

2) อายุ (Age): เปิดรับผู้เรียนทุกช่วงวัย (Lifelong Learning)

3) เชื้อชาติและสัญชาติ (Race and Nationality)

4) ศาสนา ความเชื่อ และวัฒนธรรม (Religion, Beliefs, and Culture)

5) ความพิการ (Disability): พร้อมให้การสนับสนุนและจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น

6) ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม (Socio-economic Status): รวมถึงภูมิหลังของครอบครัวและถิ่นที่อยู่

7) ความแตกต่างทางเพศ (Sexual Orientation)

8) ความคิดเห็นทางการเมือง (Political Views)

          มหาวิทยาลัยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกบุคคลที่มีศักยภาพและความสามารถทางวิชาการที่เหมาะสมกับหลักสูตร โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาที่เป็นกลาง โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อส่งเสริมความหลากหลายในหมู่นักศึกษา ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เปิดกว้างและเคารพความแตกต่าง เพื่อสร้างหลักประกันว่าผู้สมัครทุกคนจะได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรม และได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน  เพื่อสนับสนุนและให้โอกาสแก่ผู้สมัครจากกลุ่มผู้ด้อยโอกาสหรือกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยได้ประกาศเกณฑ์การคัดเลือกและกระบวนการคัดเลือกเข้าศึกษาที่โปร่งใสเป็นธรรม  ตรวจสอบได้  ปราศจากการแสวงหาผลประโยชน์ และมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อเปิดเผยต่อสาธารณะให้รับทราบอย่างกว้างขวาง

 

ประกาศ ณ วันที่    ๓๐   ตุลาคม  ๒๕๖๘

 

                                                                                                                                

                                                                                                             (รองศาสตราจารย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล)
                                                                                                                   อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ประกาศมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ฉบับที่ ๒๘๗๐ / ๒๕๖๘

เรื่อง นโยบายต่อต้านการเลือกปฏิบัติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

มหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ความสำคัญกับการสร้างและธำรงไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมแห่งความเท่าเทียมและโอกาสที่เป็นธรรมสำหรับทุกคน มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นที่จะต่อต้านการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ อันเนื่องมาจากความแตกต่างของเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา ฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจ ภูมิหลังครอบครัว ความพิการ รสนิยมทางเพศ การแสดงออกทางเพศ ความคิดเห็นทางการเมือง หรือสิ่งอื่นใดที่มิใช่สาระของคุณสมบัติตามหน้าที่และโอกาสที่ควรได้รับ  จึงกำหนดต่อด้านการเลือกปฏิบัติที่ครอบคลุมทั้งการคัดเลือกและดูแลนักศึกษา การรับสมัคร การคัดเลือกและสรรหาบุคลากรเพื่อเข้าปฏิบัติงานภายในมหาวิทยาลัย  การบริหารงานบุคลากร รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย ดังนี้

  1. ด้านการคัดเลือกและดูแลนักศึกษา

1.1 การรับเข้าศึกษา

มหาวิทยาลัยจะดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกนักศึกษาโดยยึดหลักเกณฑ์ที่เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้การพิจารณาจะไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าด้วยเหตุผลจากเพศ เชื้อชาติ ศาสนา อายุ ฐานะทางเศรษฐกิจ ความพิการ ภูมิหลังทางครอบครัว รสนิยมทางเพศ หรือความเห็นทางการเมือง

กระบวนการและข้อสอบคัดเลือกจะออกแบบให้เป็นกลาง ไม่ก่อให้เกิดอคติต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

1.2 การดูแลนักศึกษาพิการ

มหาวิทยาลัยจะจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและเอื้อต่อการใช้ชีวิตและการเรียนรู้ของนักศึกษาพิการเทียบเท่าแก่นักศึกษาทั่วไปจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการเรียน กิจกรรมการสอน การสอบ และกิจกรรมต่างๆ ตามความต้องการที่จำเป็นส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักศึกษาพิการในทุกกิจกรรมด้วยการปรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมตามความจำเป็นส่วนบุคคล

  1. ความเสมอภาคในกระบวนการเรียนการสอน

2.1 วิธีการจัดการเรียนการสอน  

มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนและกำกับดูแลให้คณาจารย์ผู้สอนทุกคนต้องปรับวิธีการนำเสนอเนื้อหา และการใช้สื่อการสอนให้มีความเป็นกลาง เคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ และความเชื่อ เพื่อให้เนื้อหาสามารถเข้าถึงนักศึกษาทุกคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.2 การประเมินผล

มหาวิทยาลัยสนับสนุนและกำกับดูแลการประเมินผลการเรียนรู้ทุกรูปแบบ (การสอบ การนำเสนอรายงาน การเข้าร่วมชั้นเรียน) จะต้องวัดจากความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่กำหนดไว้ในหลักสูตรเท่านั้น ห้ามนำปัจจัยส่วนบุคคล เช่น เพศ ฐานะครอบครัว ความนิยม หรือความเห็นทางการเมืองของนักศึกษามาเป็นองค์ประกอบในการตัดสินผลการเรียน

2.3 การให้คำปรึกษาและสนับสนุนทางวิชาการ (Academic Advising & Counseling)

มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนให้นักศึกษาทุกคนมีสิทธิเข้าถึงบริการการให้คำปรึกษาทางวิชาการและบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตโดยไม่มีการแบ่งแยก หรือเลือกปฏิบัติ มีความความเป็นกลางของผู้ให้คำปรึกษา โดยจัดหาอาจารย์ที่ปรึกษา หรือนักจิตวิทยาที่จะต้องให้คำแนะนำโดยยึดหลักมนุษยธรรม ความเคารพในความเป็นส่วนตัว และความเป็นกลาง โดยไม่ใช้บรรทัดฐานทางสังคม ความเชื่อ หรือรสนิยมทางเพศของตนเองมาชี้นำหรือตัดสินปัญหาของนักศึกษา

มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนให้นักศึกษารายงานเหตุการณ์การเลือกปฏิบัติที่เกิดขึ้นในห้องเรียน หรือระหว่างกระบวนการปรึกษา โดยมีกระบวนการสอบสวนที่มั่นคงและเป็นความลับ

  1. การส่งเสริมนักศึกษาให้เข้าร่วมกิจกรรม

นักศึกษาทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในการเข้าร่วมกิจกรรมและโครงการต่างๆ ของมหาวิทยาลัย โดยไม่ถูกกีดกันจากฐานะทางครอบครัว ภูมิหลัง เพศ ความพิการ ศาสนา ความเห็นทางการเมือง หรือรสนิยมทางเพศ

หากจำเป็น มหาวิทยาลัยจะให้การสนับสนุน สวัสดิการ หรือการปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้เหมาะสมต่อความต้องการเฉพาะด้านของแต่ละบุคคล

  1. ด้านการบริหารงานบุคลากร

4.1 การรับสมัคร การคัดเลือกและบรรจุบุคลากรเข้าปฏิบัติงาน

การรับสมัครและคัดเลือกบุคลากรจะดำเนินการบนพื้นฐานของคุณสมบัติ ประสบการณ์ และความสามารถที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานจะไม่มีการเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา ความพิการ รสนิยมทางเพศ ความเห็นทางการเมือง หรือภูมิหลังทางครอบครัว

4.2 การประเมินผลการปฏิบัติงาน

การประเมินผลงานเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และยึดโยงกับผลงานที่แท้จริง ไม่เลือกปฏิบัติหรือเอื้อประโยชน์/ให้โทษต่อใครเพราะเหตุแห่งความแตกต่างข้างต้น

4.3 การพัฒนาและสร้างความก้าวหน้าของบุคลากร

บุคลากรทุกคนได้รับโอกาสที่เท่าเทียมในการพัฒนา ทั้งในเรื่องการฝึกอบรม การศึกษา การเลื่อนตำแหน่ง หรือโอกาสอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเฉพาะตามความสามารถ โดยไม่เลือกปฏิบัติในทุกกรณี

4.4 การมีส่วนร่วมในกิจกรรมและชุมชนมหาวิทยาลัย

บุคลากรทุกกลุ่มมีสิทธิเท่าเทียมในการเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการ วัฒนธรรม กีฬา คณะกรรมการ ชมรม หรือโครงการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย

ทุกหน่วยงานจะสนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมในลักษณะที่เคารพความหลากหลายและไม่เลือกปฏิบัติ

  1. การจัดการและการตรวจสอบ

ตั้งคณะกรรมการหรือหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน ข้อเสนอแนะ และตรวจสอบกรณีการเลือกปฏิบัติภายใต้นโยบายนี้ พร้อมดำเนินการแก้ไขอย่างโปรงใสและเป็นธรรม สื่อสารและประชาสัมพันธ์นโยบายนี้อย่างต่อเนื่องแก่ทั้งนักศึกษา บุคลากร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน  สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตระหนักและเคารพในความหลากหลาย ส่งเสริมให้สมาชิกทุกกลุ่มยอมรับและอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์

มหาวิทยาลัยขอนแก่นเชื่อมั่นว่าโอกาสและความเสมอภาคคือรากฐานของสังคมที่ยั่งยืนและเติบโต มหาวิทยาลัยจะดำเนินการอย่างจริงจังต่อการต่อต้านการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ และยืนหยัดเคียงข้างความเป็นธรรมสำหรับทุกคน

 

ประกาศ ณ วันที่    ๓๐   ตุลาคม  ๒๕๖๘

 

                                                                                                                                 

                                                                                                             (รองศาสตราจารย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล)
                                                                                                                   อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ประกาศหาวิทยาลัยขอนแก่น

(ฉบับที่ ๒๘๗๔ / ๒๕๖๘)

เรื่อง ส่วนงานที่ดำเนินการด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค และความเป็นธรรมในมหาวิทยาลัยขอนแก่น 

(Center for Diversity, Human Rights and Equity – CDHRE)

 

มหาวิทยาลัยขอนแก่นมุ่งมั่นที่จะเป็นสถาบันการศึกษาที่ส่งเสริมความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ความหลากหลาย และความเท่าเทียมของสมาชิกทุกคน จึงได้กำหนดให้มีผู้ดำเนินการด้านการความหลากหลาย  ความเสมอภาคและความเป็นธรรม เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการประสานการใช้นโยบายด้านความ หลากหลาย ความเท่าเทียม และการไม่เลือกปฏิบัติ ให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่หน่วยงานต่างๆ เช่น จัดการฝึกอบรมและกิจกรรมส่งเสริมสิทธิมนุษยชน รับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ และประสานการดำเนินการแก้ไขกำกับและติดตามการปฏิบัติตามนโยบายจริยธรรมและการต่อต้านการเลือกปฏิบัติ

๑. ส่วนงานที่รับผิดชอบ 

เพื่อให้เป็นไปตามประกาศมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฉบับที่ ๑๒๐/๒๕๖๒ เรื่องการแบ่งหน่วยงานในสำนักงาน อธิการบดีและหน้าที่ของสำนักงานอธิการบดีและหน่วยงานในสังกัดสำนักงานอธิการบดี ได้แก่ กองกฎหมาย กองทรัพยากรบุคคล

๒. ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบหรือการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

มหาวิทยาลัยจัดให้มีศูนย์จัดการข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการประพฤติหรือการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อบุคลากรทุกประเภทของมหาวิทยาลัย และเปิดช่องทางการรับรองเรื่องเรียน (https://lawdivision.kku.ac.th) และคู่มือการจัดการข้อร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสการทุจริตประพฤติมิชอบและความไม่เป็นธรรม รับผิดชอบ โดย กองกฎหมาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น

๓. คณะกรรมการจริยธรรมและการต่อต้านการเลือกปฏิบัติ (Ethics and Anti-Discrimination Committee) 

มหาวิทยาลัยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลด้านจริยธรรมและการต่อต้านการเลือกปฏิบัติ ดังนี้ 

๓.๑ คณะกรรมการอุทธรณ์ ร้องทุกข์และพิทักษ์ระบบคุณธรรมประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่น(คำสั่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ ๓๕๐๓/๒๕๖๖) มีหน้าที่ในการตรวจสอบและวินิจฉัยเรื่องราวร้องทุกข์และความไม่เป็นธรรมของบุคลากรทุกประเภทของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เช่น ความไม่เป็นธรรมด้านการจ้างงาน การจ่าย 

ค่าตอบแทน การมอบหมายงานที่ไม่เป็นธรรม การประเมินผลการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นธรรม การถูกกล่าวหาใน ประเด็นที่ไม่เป็นธรรม

๓.๒ คณะกรรมการจรรยาบรรณประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่น (คำสั่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ ๑๑๙/๒๕๖๔)

มีหน้าที่ในการส่งเสริมให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบและรักษาจรรยาบรรณ รวมทั้งการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับ การกระทำที่ขัดต่อข้อบังคับด้านจรรยาบรรณมหาวิทยาลัยขอนแก่น

๔. ประกาศหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการร้องเรียนกล่าวโทษ ได้แก่

๔.๑ ประกาศ ก.บ.ม. ๙-๒๕๕๔ แนวปฏิบัติการร้องเรียนกล่าวโทษบุคลากร

๔.๒ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่าด้วย การดำเนินการทางวินัย พ.ศ. ๒๕๖๗

๔.๓ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่าด้วยการอุทธรณ์ การร้องทุกข์ และพิทักษ์ระบบคุณธรรม พ.ศ. ๒๕๖๕

 

ประกาศ ณ วันที่   ๓๐   ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘

 

                                                                                                                               

                                                                                                             (รองศาสตราจารย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล)

                                                                                                                     อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น 

ประกาศมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ฉบับที่ ๒๘๗๙ / ๒๕๖๘

เรื่อง นโยบายการอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการ

 

มหาวิทยาลัยขอนแก่นยึดมั่นในหลักการแห่งความเท่าเทียมและการเข้าถึงการศึกษาโดยสากล (Universal Access to Education) เราเชื่อมั่นว่าการศึกษาระดับอุดมศึกษาคือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน รวมถึงผู้พิการ มหาวิทยาลัยจึงมุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่ครอบคลุม (Inclusive Learning Environment) และจัดการสนับสนุนที่จำเป็นเพื่อให้ผู้พิการสามารถเข้าถึงการศึกษา พัฒนาศักยภาพ และประสบความสำเร็จได้เทียบเท่าผู้อื่น จึงมีนโยบายในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการที่ครอบคลุมการสนับสนุนผู้พิการในทุกมิติ ตั้งแต่การเข้าศึกษา ระหว่างการศึกษา จนถึงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่อาชีพ โดยแบ่งเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้

  1. การอำนวยความสะดวกด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม

1.1 สิ่งอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐาน

มหาวิทยาลัยจะส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปรับปรุงและพัฒนาอาคารเรียน หอประชุม หอสมุด และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการออกแบบสากล (Universal Design) เช่น ทางลาด ลิฟต์ และทางเดินที่เหมาะสม และมีความปลอดภัยสำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหว  และจัดให้มีห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ที่จอดรถสำหรับผู้พิการ และพื้นที่พักผ่อนที่เข้าถึงได้สะดวกสำหรับผู้พิการ

1.2 เทคโนโลยีสำหรับการเรียนรู้

มหาวิทยาลัยจะส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยีช่วยเหลือ (Assistive Technology) เช่น การจัดหาคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมอ่านหน้าจอ แป้นพิมพ์พิเศษ เมาส์ที่ปรับได้ และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ตามความต้องการ

ระบบการเรียนรู้ออนไลน์  เช่น แพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ให้รองรับการใช้งานของผู้พิการทุกประเภท เช่น การใส่คำบรรยายใน VDO การปรับขนาดตัวอักษร   รวมทั้งจัดให้มีห้องสมุดและแหล่งข้อมูลอื่นๆ เช่น หนังสือเสียง หนังสือพิมพ์ด้วยอักษรเบรลล์ และเทคโนโลยีที่ช่วยในการค้นคว้าสำหรับผู้พิการทางการมองเห็น

  1. การสนับสนุนทางวิชาการและการเรียนการสอน

2.1 การปรับรูปแบบการเรียนการสอน

มหาวิทยาลัยจะส่งเสริมและสนับสนุนให้มีความยืดหยุ่นในการจัดการเรียนการสอน โดยอาจารย์ผู้สอน จะได้รับการฝึกอบรมเพื่อเข้าใจและปรับวิธีการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความพิการแต่ละประเภท   รวมทั้งการปรับการประเมินผล โดยจัดให้มีการสอบแบบพิเศษ เช่น การขยายเวลาสอบ การสอบด้วยวาจา การใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือ หรือการปรับรูปแบบข้อสอบตามความจำเป็น   การจัดหาผู้ช่วยในชั้นเรียนในกรณีจำเป็น  การจัดหาล่ามภาษามือสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ผู้ช่วยจดบันทึก หรือผู้ช่วยอ่านสำหรับผู้พิการทางการมองเห็น

2.2 การให้คำปรึกษาทางวิชาการ

อาจารย์ที่ปรึกษาเฉพาะ: มีอาจารย์ที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะด้านการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาพิการ

แผนการเรียนเฉพาะบุคคล: พัฒนาแผนการเรียนที่ปรับให้เหมาะสมกับความสามารถและความต้องการของนักศึกษาแต่ละคน (Individual Education Plan – IEP)

  1. การสนับสนุนทางการเงินและทุนการศึกษา

3.1 ทุนการศึกษาเฉพาะ

          มหาวิทยาลัยจะส่งเสริมและสนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับผู้พิการที่มีผลการเรียนดีและมีความต้องการทางเศรษฐกิจ และทุนค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น  ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือ ค่าล่ามภาษามือ ค่าพาหนะพิเศษ เป็นต้น

3.2 ระบบติดตามและดูแลนักศึกษาพิการ

           มหาวิทยาลัยจะส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการกำกับติดตามผลการเรียนของนักศึกษาพิการที่อาจมีปัญหาทางการเรียน เพื่อให้การช่วยเหลือและให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น  นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความพิการ เป็นต้น

3.3 การพัฒนาทักษะอาชีพ

          มหาวิทยาลัยจะส่งเสริมสนับสนุนให้มีกิจกรรมเสริมทักษะที่จำเป็นในการแสวงหาตลาดงาน  เช่น การใช้เทคโนโลยี ทักษะการสื่อสาร การนำเสนอ  การฝึกงานและสหกิจศึกษา รวมทั้งประสานงานกับองค์กรต่าง ๆ เพื่อจัดหาโอกาสการฝึกงานที่เหมาะสมและเป็นมิตรกับผู้พิการ รวมทั้งการแนะแนวอาชีพสำหรับผู้พิการ

การจ้างงานผู้พิการ โดยความร่วมมือกับเครือข่ายศิษย์เก่าและหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัย

  1. การบริหารจัดการและกลไกการดำเนินงาน

4.1 หน่วยงานรับผิดชอบ

           มหาวิทยาลัยจะส่งเสริมสนับสนุนให้มีดูแลผู้พิการเป็นการเฉพาะ เช่น การให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) และจะอบรมพัฒนาอาจารย์ บุคลากร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างความตระหนักและทักษะในการทำงานร่วมกับผู้พิการ

 

ประกาศ ณ วันที่   ๓๐   ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘

                                                                                                                                 

                                                                                                             (รองศาสตราจารย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล)
                                                                                                                   อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ประกาศมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ฉบับที่ ๒๘๗๓ / ๒๕๖๘

เรื่อง นโยบายการต่อด้านการกระทำอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการปฏิบัติงาน

และมาตรกรในการป้องกันและแก้ไขปัญหา

 

มหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ความสำคัญกับการสร้างและธำรงไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดจากการคุกคาม การล่วงละเมิด การเลือกปฏิบัติ และความรุนแรงทุกรูปแบบ  และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คุ้มครองผู้เสียหาย ผู้ร้องเรียน ผู้แจ้งเบาะแส และพยานจากการถูกตอบโต้หรือกลั่นแกล้ง  รวมทั้งการต่อด้านการกระทำใดๆที่ส่อไปในทางเพศที่เป็นการบังคับใช้อำนาจด้วยวาจา ข้อความ ท่าทาง เสียง รูปภาพ เอกสาร ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือสิ่งของอนาจารเกี่ยวกับเพศ ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน รำคาญ ได้รับความอับอาย หรือรู้สึกว่าถูกเหยียดหยาม  จึงออกประกาศไว้ดังนี้ 

ข้อ ๑ รูปแบบการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ดังนี้

๑.๑ การกระทำทางสายตา เช่น การจ้องมองร่างกายที่ส่อไปในทางเพศ มองช้อนใต้กระโปรง มองหน้าอกหรือจ้องลงไปที่คอเสื้อจนทำให้ผู้ถูกมองรู้สึกอึดอัด อับอาย หรือไม่สบายใจ หรือทำให้ผู้อื่นที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน เป็นต้น

๑.๒ การกระทำด้วยวาจา เช่น การวิพากษ์วิจารณ์รูปร่าง ทรวดทรง และการแต่งกายที่ส่อไปทางเพศ การพูดหรือกล่าวถึงเรื่องเกี่ยวกับเพศ การเกี้ยวพาราสี พูดจาแทะโลม การพูดลามก การสนทนาเรื่องเพศหรือเพศสัมพันธ์ การแสดงความเห็นต่อรสนิยมทางเพศ และการพูดที่ส่อไปในทางเพศ  เป็นต้น

๑.๓ การกระทำทางกาย เช่น การสัมผัสร่างกายของผู้อื่นอย่างมีนัยทางเพศ และไม่พึงประสงค์  หรือการแสดงพฤติกรรมมี่ส่อไปในทางเพศโดยใช้มือหรือการเคลื่อนไว้ร่างกายส่วนอื่น เป็นต้น

๑.๔ การกระทำอื่นๆ เช่น การแสดงรูปภาพ วัตถุ และข้อความที่เกี่ยวข้องกับเพศ การใช้สัญลักษณ์ที่เสดงถึงอวัยะเพศหรือการร่วมเพศ การสื่อข้อความ รูปภาพที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น

๑.๕ การกระทำทางเพศที่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เข่น การให้สัญญาที่จะทำให้ผลประโยชน์ต่อตำแหน่งหน้าที่การงาน ผลการเรียน ทุนการศึกษา การดูงาน การเลื่อนเงินเดือนหรือตำแหน่ง การต่อสัญญาจ้างงาน การศึกษา การข่มขู่ว่าจะทำร้าย หรือการพยายามกระทำชำเรา หรือกระทำชำเรา เป็นต้น

ข้อ ๒ การเสริมสร้างและป้องกันปัญหาการถูกล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ดังนี้

๒.๑ ผู้ปฏิบัติงานพึงให้เกียรติเพื่อร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา และผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา และพึงไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ การกระทำในลักษณะทำนองเป็นชู้กัน หรือการกระทำอื่นใดที่ไม่เหมาะสมทางเพศต่อผู้อื่นตามข้อบังคับจรรยาบรรณที่มหาวิทยาลัยกำหนด

๒.๒ ผู้ปฏิบัติงานพึงลดความเสี่ยงจากปัญหาการถูกล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศ อาทิ แต่งกายให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ลับตาหรือส่วนตัวตามลำพังกับเพศตรงข้าม หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ เป็นต้น

๒.๓ ผู้ปฏิบัติงานพึงช่วยกันสอดส่องและรายงานพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางเพศที่เกิดขึ้นในส่วนงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบโดยเร็ว และไม่ควรเพิกเฉยหากมีปัญหากรณีดังกล่าวเกิดขึ้น

๒.๔ ให้ส่วนงานทุกส่วนงานมีหน้าที่ดำเนินงานให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในสังกัด เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุมคามทางเพศ และรายงานผลการดำเนินงานตลอด รวมถึงสภาวการณ์ปัญหาการล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศของส่วนงานต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่นทุกปีงบประมาณ

ข้อ ๓ การปฏิบัติตนเมื่อถูกล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศ ดังนี้

๓.๑ แสดงออกทันทีว่าไม่พอใจในการกระทำของผู้กระทำและถอยห่างจากการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ

๓.๒ ส่งเสียงร้องเพื่อให้ผู้กระทำหยุดการกระทำหรือเรียนผู้อื่นช่วยเหลือ

๓.๓ บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การบันทึกเสียงและภาพถ่ายเป็นหลักฐาน

๓.๔ รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นหนังสือโดยเร็วต่อผู้บังคับบัญชา

ข้อ ๔ การควบคุมกำกับและดูแลการถูกล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศ ดังนี้

๔.๑ เมื่อผู้บังคับบัญชาได้รับเรื่องร้องเรียนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในทางลับให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่อง

๔.๒ ให้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวไปยังมหาวิทยาลัยโดยเร็วเพื่อให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทางวินัยหรืออื่นๆตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ ๕ การคุ้มครองผู้ถูกกล่าวหา ผู้กล่าวหา และพยานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

ให้ผู้ถูกล่าวหา ผู้กล่าวหา และพยาน ได้รับสิทธิในการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมในกระบวนการสอบสวนตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของมหาวิทยาลัยหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ ๖ ส่วนงานรับเรื่องร้องเรียน ดังนี้

กรณีเกิดเรื่องภายในส่วนงานเดียวกัน ให้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของส่วนงาน หรือให้ยื่นเรื่องต่ออธิการบดี หรือคณะกรรมการจรรยาบรรณ ประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ก.จ.ม.) เฉพาะกรณีการร้องเรียนอธิการบดีให้ยื่นเรื่องต่อนายกสภาเพื่อให้พิจารณาดำเนินการตามข้อ ๔ ของประกาศนี้

 

ประกาศ ณ วันที่   ๓๐   ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘

 

                                                                                                                                 

                                                                                                             (รองศาสตราจารย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล)
                                                                                                                   อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

Policy

Projects

โครงการสัมนาเชิงปฏิบัติการการเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคมให้กับภาคีเครือข่าย

ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจกลายเป็นประเด็นท้าทายสำคัญของสังคมไทย การสร้างระบบรัฐสวัสดิการที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพจึงเป็นหนทางสำคัญในการสร้างความเป็นธรรมและลดช่องว่างทางสังคม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม จึงได้ริเริ่มโครงการ "สัมนาเชิงปฏิบัติการการเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคมให้กับภาคีเครือข่าย" ระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม 2568 เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมอย่างแท้จริง

ประกาศมหาวิทยาลัยขอนแก่น เรื่องการรับนักเรียนคนพิการเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ก้าวสำคัญสู่การศึกษาที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ในวันที่ความเท่าเทียมทางการศึกษายังคงเป็นความท้าทายสำคัญของสังคมไทย มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเหล่านั้นด้วยการออกประกาศฉบับที่ 2698/2567 เรื่องการรับนักเรียนคนพิการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ระดับปริญญาตรี รอบที่ 1 (Portfolio) ประจำปีการศึกษา 2568 ประกาศนี้ไม่เพียงแต่เป็นเอกสารทางปกครองธรรมดา แต่เป็นแถลงการณ์อันทรงพลังที่สะท้อนถึงเจตนารมณ์มั่นคงของสถาบันการศึกษาชั้นนำแห่งนี้ในการสร้างสังคมที่ครอบคลุมและเป็นธรรม

ศูนย์บริการนักศึกษาพิการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประตูสู่ความเท่าเทียมและการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด

ความแตกต่างทางกายภาพและสติปัญญาไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ศูนย์บริการนักศึกษาพิการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือที่รู้จักในนาม DSS KKU ได้ยืนหยัดเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด ตลอดกว่าสิบสี่ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 จนถึงปัจจุบัน ศูนย์แห่งนี้ได้เปิดประตูโอกาสให้กับนักศึกษาพิการจำนวน 84 คน ทำให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษาอย่างเท่าเทียมกับเพื่อนร่วมรุ่น

โครงการส่งเสริมการทำงานระหว่างเรียนของนักศึกษาพิการ มาตรา 35 (Work and Study)เปิดประตูโอกาส สร้างเส้นทางสู่อนาคตที่เท่าเทียม

ในสังคมที่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำและอุปสรรคต่อการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการทำงานของผู้พิการ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเหล่านั้นด้วยการริเริ่มโครงการที่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยความหมาย โครงการส่งเสริมการทำงานระหว่างเรียนของนักศึกษาพิการ มาตรา 35 (Work and Study) เป็นการแปลงวิสัยทัศน์ด้านความเท่าเทียมให้เป็นจริงผ่านการสร้างโอกาสที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

มข. ส่งมอบโอกาส ผ่านทุนการศึกษา ประเภท ข ภาคการศึกษาปลาย ประจำปีการศึกษา 2568 รวม 531 ทุน 5.5 ล้านบาท

ฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวนิชย์  โดย  กองพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์  ร่วมกับคณะและวิทยาลัย  ร่วมพิจารณาจัดสรรทุนการศึกษาแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ มีความประพฤติดี และเรียนดี เพื่อจัดสรรทุนการศึกษาแก่นักศึกษา  ในภาคการศึกษาปลาย  ปีการศึกษา 2568   จำนวน 531 ทุน  มูลค่ารวม 5,543,000 บาท…

สำนักบริการวิชาการ มข. หนุนคนพิการบุกตลาดออนไลน์ ดันสินค้าสู่ KKU Market

สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “การขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงาน คนพิการ มจธ. ระยะที่ 2” โดยจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “กิจกรรมการตลาดออนไลน์เบื้องต้น” เพื่อส่งเสริมทักษะด้านดิจิทัลและการประกอบอาชีพให้แก่คนพิการในพื้นที่   การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีกำหนดการลง 2 พื้นที่  ได้แก่: วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569: ณ…

มหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมผนึกพลัง 6 องค์กรลงนาม MOU ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สุขภาพสู่ SDGs มุ่งสังคมไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ–ลดการเสียชีวิตจากมะเร็งท่อน้ำดี

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย ศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 6 หน่วยงานหลัก โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ศุภกิจ…

มข. ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ “ศูนย์ร่วมสุข” เสริมทักษะการเงินแก่คนพิการ ผู้ดูแล และเครือข่ายชุมชน หนุนคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน พร้อมคณะทำงาน เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ “เสริมสร้างความรอบรู้ด้านการเงิน การออม และการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการคนพิการ” ภายใต้ความร่วมมือในการจัดตั้งและขับเคลื่อน ศูนย์ร่วมสุข เพื่อส่งเสริมการนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยไปใช้ประโยชน์เชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางสาวชวนชม จันทะวงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธี โดยมี นางสาวโสพิญฐ์ สุวรรณหงส์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น…

SDG10 News

Scroll to Top